[EWAW]Gdansk

posted on 22 Sep 2013 21:12 by yuyu74 in EWAW
เอนทรี่นี้เป็นส่วนหนึ่งของ
 
คำเตือน : EWAW ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเนื้อหาหลักของ Axis Powers Hetalia แต่เพียงแค่ใช้ธีมของเนื้อหาที่ใช้ตัวละครเเทนประเทศ เพื่อแสดงความสัมพันธ์และลักษณะเด่นของประเทศนั้นๆ นำมาดัดแปลงเป็นคอมมิวนิตี้ ถ้าหากท่านเป็นผู้ที่อ่อนไหวกับเรื่องนี้กรุณาปิดหน้าต่างนี้

-โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน

-เนื้อหาในเอนทรี่นี้เกิดจากการจินตนาการของเจ้าของบล็อคเองทั้งสิ้น

 
"Nec Temere, Nec Timide"
"ไม่ผลีผลาม, ไม่ขี้ขลาด"
--- Gdansk's motto
 

 

 
ชื่อเมือง/รัฐ: Gdansk | Gdańsk | กดัญสก์ อ่านว่า กะ-ดานส์ค์ 
       German: Danzig | ดานซิก
 
ประเทศ: Republic of Poland | Rzeczpospolita Polska | สาธารณรัฐโปแลนด์

ทวีป: ยุโรปกลาง

ชื่อมนุษย์: Michal Lukasiewicz | Michał Łukasiewicz | มิคาล วูคาซีวิช 

อายุ: 17 ปี

เพศ: ชาย

สีผม: บลอนด์ทอง

สีตา: Green-Blue Marine (กึ่งฟ้ากึ่งเขียวแล้วแต่มุมของแสง แต่ถ้าถามเจ้าตัวเจ้าตัวจะบอกว่าเขียวนะ)

ส่วนสูง: 176 ซม.

น้ำหนัก: 61 กก.

ภาษา: โปแลนด์ (Polish)

แผนการเรียน: ศิลป์ (จริงๆ ต้องวิทย์นะคะ เราพิมพ์ผิดเองตอนส่งตัวละครเลยเลยตามเลยค่ะ orz)
 
ลักษณะเมือง:
     กดัญสก์ มีชื่อภาษาเยอรมันว่า ดานซิก เป็นเมืองหลวงของมลฑลปอมอร์สกีแย ทางภาคเหนือของโปแลนด์ เป็นเมืองท่าหลักของประเทศโปแลนด์ในทะเลบอลติกใต้ บนอ่าวกดัญสก์ ปากแม่น้ำมอตลาวา และเป็นเมืองปริมลฑลที่ใหญ่อันดับ4 ของโปแลนด์ มีพื้นที่ 262 ตารางกิโลเมตร(101 ตารางไมล์) มีประชากรประมาณ 460,270 คน (สำรวจในปี 2009)
    นอกจากนี้กดัญสก์ยังเป็นเมืองท่าสำคัญของโปแลนด์ มีเรือยอร์ชกว่าทั่วโลกตลอดแนวชายฝั่งกว่า 23 กิโลเมตร และมีท่าเรือสินค้าขนาด 130 เมตร มีแหล่งท่องเที่ยวชายฝั่งทะเล มีแหล่งให้ลงเล่นน้ำ 3 แห่ง GDP เกินกว่าครึ่งของประเทศโปแลนด์มาจากเมืองกดัญสก์
    กดัญสก์ถือว่าเป็นเมืองศูนย์กลางเศรฐกิจ วัฒนธรรม แหล่งท่องเที่ยว และการศึกษาทางภาคเหนือของโปแลนด์ นับว่าเป็นสถานที่กำเนิดยุโรปตอนกลางในยุคใหม่ วงแหวนของเมืองเต็มไปด้วยเสียงเซ็งแซ่หลากหลายภาษาของนักท่องเที่ยวที่มาจากทุกมุมโลก อีกทั้งกดัญสก์ยังเป็นเมืองผลิตอำพันที่มีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่ง จนบางครั้งถูกเรียกว่า "เมืองหลวงอำพันของโลก"
    และเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของกลุ่มโซลิดาริตี้ที่พยายามปลดแอกจากการเป็นคอมมิวนิสต์แบบโซเวียต เมืองกดัญสก์จึงมีฉายาว่า “เมืองแห่งเสรีภาพ”
    นอกจากนี้ หลังจากที่เมืองถูกทำลายจากสงคราม กดัญสก์ยังเป็นเมืองที่กลับมาพัฒนาได้อย่างรวดเร็วและกลับไปมีชิวิตชีวาแบบเมื่อก่อนอีกครั้ง จึงได้รับอีกฉายาว่า "ไข่มุกแห่งแดนเหนือ" อีกด้วย
 

ประวัติเมือง: (กดัญสก์จะถูกเรียกสลับไปสลับมาระหว่าง “กดัญสก์(ภาษาโปแลนด์)” กับ “ดานซิก(ภาษาเยอรมัน)” ค่ะ ขอให้เข้าใจตรงกันว่าทั้งสองชื่อคือกดัญสก์นะคะ)
   - ถูกสถาปนาขึ้นโดย Mieszko ที่1แห่งราชวงศ์เปียสของโปแลนด์ โดยใช้เป็นเส้นทางการแลกเปลี่ยนในทะเลบอลติกในช่วงปี 980
   - กดัญสก์มีหลายชื่อมาตลอดก่อนหน้านี้ แต่ที่ถูกบันทึกไว้อย่างเป็นทางการคือ Gyddanyzc โดยเซนต์อเดลเบิร์ตแห่งปราก(St.Adelbert of Prague) คาดว่าชื่อเมืองมาจากชื่อแม่น้ำกดาเนีย(Gdania) ซึ่งเป็นชื่อเดิมของแม่น้ำมอตลาวา อันเป็นที่ตั้งของเมือง

  Middle Ages
   - ปี 997 เป็นส่วนหนึ่งของรัฐดัชชีพอเมอเรเลีย
   - ปี 1224 ถูกยอมรับเป็นเมืองอย่างเต็มตัว
   - ในศตวรรษที่11 โปแลนด์สูญเสียอำนาจการควบคุมในรัฐพอเมอเรเนียนและได้รับคืนมาใน ศตวรรษที่12 และอยู่ภายใต้การควบคุมของราชวงศ์แซมบอริเดส(Samborides Dynasty)
   - ในวันที่13 พฤศจิกายน ปี 1308 กดัญสก์ ถูกยึดโดยรัฐอัศวินทิวทอนิก(State of the Teutonic Order) ในตอนแรกอัศวินทิวทอนิกได้เคลื่อนพลเข้ามาเป็นพันธมิตรกับโปแลนด์เพื่อต่อสู้กับรัฐมาเกรฟบรันเดนบูร์ก(Margraviate of Brandenburg) แต่ทว่าหลังจากความขัดแย้งเรื่องอำนาจควบคุมเมืองระหว่างอัศวินและกษัตริย์แห่งโปแลนด์ ทำให้อัศวินทิวทอนิกลงมือสังหารชาวเมือง เกิดเป็นเหตุการณ์สังหารหมู่กดัญสก์(Gdańsk Massacre/Gdańsk Slaughter) ตามข้อมูลปฐมภูมิบันทึกไว้ว่ามีผู้ถูกสังหารถึง 10,000 คน
   - ปี 1360 ได้เข้าร่วมสันนิบาตฮันเซียติก (Hanseatic League) กลุ่มพันธมิตรทางทหารของเมืองการค้าในทะเลบอลติก
   - หลังจากส่งครามโปแลนด์-ทิวทอนิก อัศวินทิวทอนิกพยายามจะลดบทบาทางเศรษฐกิจของเมืองลง ในขณะที่เพิ่มจำนวนประชากรคนอพยพชาวเยอรมันขึ้น ส่อเป็นเค้าลางการเกิดสงครามอีกครั้งก่อนจะจบลงด้วยเหตุการณ์ Battle of Grunwald ในปี1410 หลังจากนั้นได้กลับมาอยู่ใต้การควบคุมของราชอาณาจักรโปแลนด์ แต่ไม่กี่ปีต่อมาด้วยสนธิสัญญา Peace of Thorn ฉบับแรก ระหว่างราชอาณาจักรโปแลนด์+รัฐแกรนด์ดัชชี่แห่งลิทัวเนียกับอัศวินทิวทอนิก ก็ได้กลับไปเป็นของรัฐอัศวินทิวทอนิกอีกครั้ง
   - ในปี 1440 ได้เข้าร่วมการก่อตั้งสหภาพปรัสเซียน(Prussian Confederation) ซึ่งเป็นองค์กรต่อต้านข้อบังคับของอัศวินทิวทอนิก เป็นเหตุนำไปสู่สงครามสิบสามปี (1454 - 1466) อันเป็นการประกาศอิสระภาพจากรัฐอัศวินทิวทอนิกแห่งปรัสเซีย และกลับมาเป็นส่วนหนึ่งของโปแลนด์โดยเป็นรัฐปกครองตนเอง
   - ปี 1457 New Town ในบริเวณของอัศวินทิวทอนิกถูกรื้อถอนจนไม่เหลืออาคารแม้แต่หลังเดียว

  Modern Ages
    - ปี 1466 หลังจากสนธิสัญญาPeace of Thorn ฉบับที่2 ก็ได้เป็นเมืองปกครองตนเองใต้อาณัติของโปแลนด์อย่างถาวร กดัญสก์ได้กลายเป็นเมืองท่าที่รุ่งเรือง ในขณะเดียวกันก็มีการซื้อขายแลกเปลี่ยนกับเมืองในสันนิบาตฮันเซียติก
    - ปี 1569 มีการรวมสหภาพลับลิน(Union of Lublin) ระหว่างโปแลนด์และลิทัวเนีย และได้เป็นส่วนหนึ่งของเครือจักรภพโปแลนด์ลิทัวเนีย (Polish–Lithuanian Commonwealth) แต่เมืองยังเป็นเมืองปกครองตนเองตามกฎดานซิก (Danzig Law)
    - ปี 1575 เกิดเหตุการณ์ก่อกบฎดานซิก(Danzig Rebellion) เกิดมาจากการต่อต้านผลการเลือกกษัตริย์ในโปแลนด์ อันนำไปสู่ Battle of Lubieszów ในอีกสองปีถัดมา (1577, เดือนเมษายน) ระหว่างเครือจักรภพโปแลนด์-ลิทัวเนียร่วมกับราชรัฐทรานซิลวาเนีย VS เครือจักรภพโปแลนด์-ลิทัวเนียแห่งเมืองดานซิก ผลของการต่อสู้ดานซิกเป็นฝ่ายพ่ายแพ้และต้องจ่ายค่าชดเชย 200,000 PLN เพื่อแลกกับเสรีภาพที่ยังคงอยู่
    - ปี 1627 วันที่ 28 พฤศจิกายน ระหว่างสงครามโปแลนด์-สวีเดน กองทัพเรือของเครือจักรภพโปแลนด์-ลิทัวเนียได้ต่อสู้กับสวีเดนที่ทะเลนอกอ่าวกดัญกส์ กลายเป็นเหตุการณ์ Battle of Oliwa ผลของการต่อสู้โปแลนด์เป็นฝ่ายชนะ
    - ต่อมาปี 1793 ดานซิกถูกรวมเข้ากับราชอาณาจักรปรัสเซีย(Kingdom of Prussia) โดยอยู่ในแคว้นปรัสเซียตะวันตก(West Preussen) [อ่านเพิ่มเติม]
    - ช่วงปี 1807 - 1814 ในยุคของนโปเลียน ได้กลายเป็นเมืองเสรีดานซิก(Free City of Danzig) ฐานะการเป็นเมืองหลวงของแคว้นปรัสเซียตะวันตกตกไปอยู่กับมาเรียนเวอร์เดอร์(Marienwerder, ปัจจุบัน: Kwidzyn)
    - หลังจากฝรั่งเศสพ่ายแพ้ในสงครามนโปเลียน ดานซิกกลับมาเป็นส่วนหนึ่งของปรัสเซียตะวันตกในปี 1841 และตกเป็นของจักรวรรดิเยอรมัน(German Empire) ในปี 1871 ก่อนกลับมาเป็นเมืองหลวงของแคว้นปรัสเซียตะวันตกอีกครั้ง
     - 1918 เป็นส่วนหนึ่งของสาธาณรัฐไวมาร์(เยอรมัน)

   World War 1 & 2
     - ปี 1919 หลังสงครามโลกครั้งที่1 ด้วยมติขององค์การสันนิบาตชาติตามสนธิสัญญาแวร์ซาย นครเสรีดานซิกได้เป็นเมืองเสรีภายใต้ความดูแลของสันนิบาตชาติ โดยไม่ขึ้นตรงกับรัฐบาลโปแลนด์ ดานซิกยังมีรัฐสภาเป็นของตนเอง และโปแลนด์ยังมีสิทธิ์ใช้ท่าเรือรวมถึงสามารถวางนโยบายต่างประเทศของเมืองนี้ได้อีกด้วย (ทว่าด้วยความเป็นนครเสรีที่โปแลนด์ไม่ได้มีสิทธิ์100% เมืองท่าหลักของโปแลนด์ในตอนนั้นจึงกลายเป็นกดีเนีย(Gdynia)แทน)
      สำหรับเยอรมันดานซิกเป็นผลประโยชน์ที่เยอรมันไม่อาจจะสละได้ เนื่องจากบริเวณเมืองเสรีดานซิกและใกล้เคียงที่ถูกเรียกว่า “ฉนวนโปแลนด์” หรือ “ฉนวนดากซิก” ที่ไม่ได้เป็นของเยอรมันอีกต่อไปตามสนธิสัญญาแวร์ซาย ทำให้เยอรมันและปรัสเซียตะวันออกถูกตัดขาดออกจากกัน เยอรมันจีงอาศัยเหตุผลของความยุ่งยากในการติดต่อกันของเยอรมันทั้งสองฝั่ง รวมทั้งข้ออ้างในการเรียกคืออาณาจักรปรัสเซียเก่าที่มีชาวเยอรมันอาศัยอยู่มาก เป็นเหตุแทรกแซงในเมืองเสรีดานซิก
      เยอรมันได้พยายามแสวงหาผลประโยชน์ในนครเสรีดานซิกเพิ่มขึ้นทีล่ะน้อย จนถึงปี 1933 เมื่อฮิตเลอร์ได้รับตำแหน่งผู้นำพรรคนาซี ก็ได้มีการวางแผนกลืนชาติในหมู่ชาวเมืองผ่านพรรคNazi Local Party ด้วยการระงับการสอนภาษาโปแลนด์ งดการออกหนังสือพิมพ์ภาษาโปแลนด์ และงดกิจกรรมอันเป็นภาษาโปแลนด์แทบทั้งหมด
     - ปี 1939 วันที่1 กันยายน เวลา 4.45 เรือรบเยอรมันได้ยิงกระสุนใส่หอผู้บัญชาการทหารโปแลนด์ที่ตำบลเวสเตอร์ปลาต(Westerplatte) ถือว่าเป็นกระสุนนัดแรกของสงครามโลกครั้งที่2 และนับว่าเป็นวันที่สงครามโลกครั้งที่ 2 ได้เริ่มขึ้น
       (ฝ่ายโปแลนด์) ด้วยจำนวนทหารที่มีเพียง 200 กว่านายที่พยายามตอบโต้นาซีเยอรมันนับ 3,400 คน อย่างสุดความสามารถ และยังมีเหล่าพนักงานไปรษณีจำนวน 55 คนร่วมต่อต้านการบุกรุกของเยอรมันโดยที่ไม่มีอาวุธสงครามในมือ วันที่ 7 กันยายน ทหารโปแลนด์ที่เวสเตอร์ปลาตประกาศยอมแพ้เนื่องด้วยความสูญเสียและฝ่ายศัตรูที่รุกจากภูมิภาคอื่นได้ล้อมกรุงวอร์ซออันเป็นเมืองหลวงไว้แล้ว  [ดูเพิ่มเติม: การบุกครองโปแลนด์ | Defense of the Polish Post Office in Danzig | Battle of Westerplatte | Battle of Danzig Bay]
     
(ฝ่ายเยอรมนี) ฝ่ายเยอรมนีในนครเสรีดานซิกได้จัดตั้งหน่วย SS ชื่อ SS Heimwehr Danzig (SS Danzig Home Defense) ตั้งแต่มิถุนายน 1939 และเมื่อ 1 กันยายน 1939 ได้เข้าร่วมกับกองทัพเยอรมันเพื่อต่อสู้ที่เวสเตอร์ปลาต และจับกุมบุรุษไปรษณีย์ที่ต่อต้านเยอรมนีอีกด้วย ภายหลังหลังจากดานซิกเข้ารวมกับไรช์ที่สามแล้ว SS Heimwehr Danzig ได้แยกออกเป็น  SS Wachsturmbann "Eimann" (ควบคุมดูแลเมืองดานซิกรวมทั้งหน่วยตำรวจพิเศษและค่ายกักกันสตุทโฮฟ) และอีกส่วนหนึ่งรวมเข้ากับ 3rd SS Panzer Division Totenkopf [เพิ่มเติม: SS Heimwehr Danzig
(<- ชาวเมืองที่ปกป้องเมืองโดนจับ | SSนาซี->)
     - วันที่ 2 กันยายน 1939 วันเดียวหลังจากกระสุนนัดแรกถูกยิงใส่เมืองนครเสรีดานซิก ค่ายกักกันนาซี ’สตุทโฮฟ(Stutthof)’ หรือ ‘เชตูโตฟ(Sztutow)’ ถูกสร้างขึ้นนอกเมือง ที่ตำบลสตุทโฮฟ ที่นี่เป็นค่ายกักกันแห่งสุดท้ายที่ถูกปลดปล่อยโดยกองทัพแดงแห่งรัสเซียในวันที่ 9 พฤษภาคม 1945  จากบันทึกระบุว่า มีผู้เสียชีวิตในค่ายกักกันราว 85,000 คน จากผู้ถูกกักกันราวแสนกว่าคน [อ่านเพิ่มเติม]
     - หลังจากถูกติดครองโดยนาซีเยอรมันแล้ว ดานซิก(กดัญสก์)ถูกตั้งให้เป็นเหมือนหลวงของเขตการปกครอง(Reichsgau) "ดานซิก-ปรัสเซียตะวันตก(Danzig-West Preussen)" [อ่านเพิ่มเติม] ประชาชนชาวโปแลนด์ และยิว ถูกจัดเป็นประชากรลำด