[EWAW]132087: Willkommen in Sankt Moritz

posted on 22 Oct 2013 02:05 by yuyu74 in EWAW
เอนทรี่นี้เป็นส่วนหนึ่งของ
 
คำเตือน : EWAW ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเนื้อหาหลักของ Axis Powers Hetalia แต่เพียงแค่ใช้ธีมของเนื้อหาที่ใช้ตัวละครเเทนประเทศ เพื่อแสดงความสัมพันธ์และลักษณะเด่นของประเทศนั้นๆ นำมาดัดแปลงเป็นคอมมิวนิตี้ ถ้าหากท่านเป็นผู้ที่อ่อนไหวกับเรื่องนี้กรุณาปิดหน้าต่างนี้

-โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน

-เนื้อหาในเอนทรี่นี้เกิดจากการจินตนาการของเจ้าของบล็อคเองทั้งสิ้น

 
เนื่องจากว่าตุลาคมเป็นช่วงฤดูใบร่วงที่ไม่ใช่ช่วงพีคซีซั่นของสวิส เพราะฉะนั้นเนื้อหาในเอนทรี่นี้จะค่อนข้างรวมส่วนของปลายฤดูใบไม้ร่วงที่หิมะเริ่มตกแล้ว(ปลายพฤศจิกายน)มาด้วยนะคะ แม้ว่าจริงๆ แล้วฤดูจะไม่มีผลกับคุณมอริทซ์ก็ตาม *หัวเราะ* แต่เพื่อที่จะได้ดึงความน่าสนใจของสถานที่ให้ถึงที่สุดเลยต้องแอบเลื่อนหน่อยค่ะ
 
เจ้าของบล็อคเองก็ไม่เคยไปสวิสเอง เนื้อหาในเอนทรี่ก็รวบรวมมาเรียบเรียงใหม่ล้วนๆ
หากข้อมูลไม่ตรงกัน หรือผิดพลาดยังไง คุยกันได้นะคะ
 
 
 
รหัสนักเรียน: 132087
 
ชื่อเมือง/ชื่อประเทศ: St.Moritz/Switzerland
 
ชื่อมนุษย์: Hans Bernoulli
 
 
     ผมฮานส์ เบอร์นาวล์ลี จิตวิญญาณแห่งแซงต์มอริทซ์ สวิตเซอร์แลนด์
 
     ขอสารภาพตามตรงว่า ตอนที่เห็นคำสั่งการบ้านแล้ว ค่อนข้างจะกังวลเล็กๆ เนื่องจากช่วงนี้ที่บ้านของผมค่อนข้างเป็นช่วงโลวซีซั่น

     แต่นั่นก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่สำหรับผมนักหรอก
 

วันที่1
 
     เราออกเดินทางจากเกาะไปที่สนามบินเมืองเบิร์นในช่วงเช้าตรู่ เหตุที่มาเช้าเพราะเราจะเดินทางกันไกลพอสมควร และผมต้องมั่งในใจว่าคุณเอจะทำวีซ่าแชงเก็นผ่าน เพราะว่าหลังจากที่มากับผมเขาคงต้องไปไหนอีกเยอะ

     ผมคงไม่กล่าวอะไรถึงกับเมืองเบิร์นมาก เพราะมันไม่ใช่หน้าที่และการบ้านของผม หลังจากนั้น ก็ต่อเครื่องจากเบิร์นไปที่ซาร์มัตต์(Zermatt)
 
     เมื่อมาถึงซาร์มัตต์ เราก็จะนั่งรถไฟสาย Glacier Express รอบ 10 นาฬิกา ผมจองที่นั่งชั้น1 ให้คุณเอ อันที่จริงที่นั่งชั้น 1 และ 2 ก็ไม่ต่างกันเท่าไหร่นัก เพียงแต่ชั้น 1 จะกว้างกว่าเล็กน้อยเท่านั้นเอง

     ราคาสำหรับตู้โดยสารชั้น1 ก็อยู่ที่ 232สวิสฟรังก์(193ยูโร) และชั้น2 อยู่ที่ 136สวิสฟรังก์(113ยูโร)
 
(รถไฟสาย Glacier Express)
 
(<-ที่นั่งชั้น1 | ที่นั่งชั้น2 ->)
     ผมกับคุณเอจะเดินด้วยระยะทาง 290 กิโลเมตร เป็นเวลา 7 ชั่วโมงครึ่ง แต่ไม่ต้องห่วงหรอกครับ บนรถไฟสายนี้มีบริการอาหารที่เติมให้จนกว่าจะพอใจ

     ราคาค่าอาหารหากเป็นจานเดียวจะตกอยู่ที่ 30สวิสฟรังก์(25ยูโร) และแบบ 3 คอร์สราคา 43สวิสฟรังก์(35ยูโร)
 

(อาหารแบบ 3 corse ถ้าเป็นจานเดียวจะมีแต่เมนคอร์ส *อาหารจะเปลี่ยนไปทุกวัน*)
     รถไฟสาย Glacier Express เป็นรถไฟที่ทั้งกระจกข้างและหลังคาเพื่อให้ผู้โดยสารได้ชมวิวข้างทางตลอดสาย ทำให้เวลา 7 ชั่วโมงครึ่งบนขบวนรถไม่น่าเบื่อเท่าไหร่
 
(วิวของสองข้างทางบางส่วน)
     คุณเอดูเหมือนจะชอบ เพราะเห็นถ่ายรูปตลอดทาง สำหรับผมในฐานะคนนำเที่ยว เห็นแบบนี้ก็ดีใจครับ
 
-----------------------------------------------
 
     หลังการเดินทางอันยาวนาน ในที่สุดเราก็มาถึงจุดหมายตอนเวลาประมาณ 18 นาฬิกา

     ในตอนนี้ก็ขอกับคุณเอกล่าวพอเป็นพิธีว่า "ยินดีต้อนรับสู่แซงต์มอริทซ์ครับ" แล้วกันนะครับ

     พอเดินลงมาจากสถานี 'ลีมูซีน'ที่ทางโรงแรมส่งมารับก็รออยู่แล้ว
(ลีมูซีนเซอร์วิสของบาดรุทท์พาเลซ)

(รถอื่นก็มีนะ แต่พอดีโรงแรมที่จองเขาใช้ลีมูนซีน, Big-5 ของแซงต์มอริทซ์ดูเหมือนจะเป็นลีมูนซีนทั้งหมด)
 
     คุณเอนิ่งอยู่นานก่อนจะยอมขึ้นรถแต่โดยดี หลังจากนั้นพวกเราก็ได้ไปที่พักกันสักที

     แน่นอนว่า ผมพาคุณเอไปพักที่บาดรุทท์พาเลซ(Badrutt's Palace) ที่ซึ่งเป็นโรงแรมแรกของแซงต์มอริทซ์และเป็นที่สร้างชื่อให้ที่นี่ พูดง่ายๆ คือที่ๆ ทำให้ผมมีทุกวันนี้
 
     ก่อนจะเข้าที่พัก ผมขอให้คุณเอมาเคารพรูปปั้นทองแดงของโยฮันเนส บาดรุทท์ เจ้าของโรงแรมคนแรกของบาดรุทท์พาเลซเสียก่อน
(Bronze bust of Johannes Badrutt)
     ถ้าคุณเอได้อ่านประวัติผมมาก่อนจะรู้ว่าเขาเป็นคนทำให้ผมจากเด็กซอมซ่อตามป่าเขาธรรมดาที่ไม่มีคนสนใจ เป็นได้อย่างทุกวันนี้

     อา...ผมว่าผมพูดมากเกินไปซะแล้ว มาเข้าสู่การบ้านกันต่อดีกว่า
 
     หลังจากเคารพรูปปั้นแล้ว เราก็ขึ้นรถต่อตรงดิ่งไปที่โรงแรมบาดรุทท์พาเลซทันที
(Badrutt's Palace)
 
(Badrutt;s Palace จากมุมทะเลสาบ)
 
(ห้องโถงของบาดรุทท์พาเลซ)
 
(เป็นเรื่องจริงจากหนังสือนำเที่ยวค่ะ >> คลิกเพื่ออ่านเนื้อหาตอนนี้)

     ไหนๆ เพื่อการที่จะได้ดูแลคุณเอได้สบายๆ ผมเลยเลือกห้องสวีทที่มีห้องแยกในตัว เพื่อที่เวลาคุณเอมีปัญหาจะได้เดินมาเรียกผมได้สะดวกๆ

     เนื่องด้วยว่าห้องแบบสองห้องนอนไม่มี เลยต้องเลือกห้องสามห้องนอนแทน ชื่อห้องที่เลือกก็ชื่อคล้ายๆ ผม ชื่อห้องสวีท ฮานส์ บาดรุทท์ครับ
(Hans Badrutt's suite)

     หลังจากให้คุณเองเก็บข้าวของเสร็จ เราก็ไปรับประทานอาหารเย็นกันที่ห้องอาหารของโรงแรม
(Le Restaurant ของบาดรุทท์พาเลซ)
 
(ภาพโต๊ะกับอาหารหวานบางส่วน)
 
     เวลาขนาดนี้แล้ว คงไม่มีอะไรให้คุณเอได้ทำนัก แต่ผมก็กลัวจะเป็นการเสียเวลาเปล่า

     ผมเลยพาคุณเอออกจากโรงแรมบาดรุทท์พาเลซไปที่โรมแรม Kempinski Grand
(โรมแรม Kempinski Grand)
     จุดหมายของเราคือ 'คาสิโน' ไม่ต้องห่วงหรอกครับ ผมจะออกเองให้ทั้งหมด
(บรรยากาศภายในคาสิโน)
     ผมแลกชิปให้คุณเอจำนวนนึงแล้วไปนั่งรอที่เล้าจ์ของคาสิโน ดูเหมือนคุณเองจะโชคไม่ค่อยมีกว่าที่คาด เลยได้กลับไปโรงแรมที่พักไวกว่าที่คาดไว้เล็กน้อย

     ผมให้คนขับรถพาคุณเอกลับโรงแรมไปพักผ่อนก่อน
 
เพราะผม...

ต้องไปถอนทุนคืนเสียหน่อย
 
     พอผมกลับมาถึงโรงแรม คุณเอก็เข้านอนไปแล้ว เป็นอันจบวันที่ 1 แต่เพียงเท่านี้ครับ 
 
 
วันที่2

     ตื่นเช้ามาคุณเอบอกผมว่าอยากขอเปลี่ยนห้อง ทำเอาผมตกใจเล็กน้อยว่ามีอะไรผิดปกติหรือเปล่า

     คุณเอตอบมาว่า "ห้องมันใหญ่เกินไปนะครับ ผมนอนไม่หลับ....ขอถูกสุดเลยก็ได้นะครับ"

     ค่อนข้างจะเป็นเหตุผลที่ประหลาดสักเล็กน้อย แต่ถ้าเป็นประสงค์ของผู้มาเยือนผมก็ไม่ขัด เลยบอกพนักงานให้ย้ายห้องให้ ซึ่งกลับมาตอนเย็นน่าจะเรียบร้อยพอดี

     พอลงมารับประทานอาหารเช้าที่ห้องอาหารของโรมแรม ต่อไปก็จะเป็นการเที่ยวอย่างแท้จริงเสียที
 
     วันนี้ผมขอเสนอให้คุณเอเดินเพื่อที่จะได้ชมเมืองอย่างถี่ถ้วน
 
(บรรยากาศในเมืองบางส่วน)
 
     เริ่มต้นด้วยหนึ่งในจุดเด่นของเมือง หอเอนของโบสถ์แซงต์มอริติอุส สร้างขึ้นเพื่ออุทิศให้นักบุญมอริติอุส อันเป็นที่มาของชื่อของผมในตอนนี้

(หอเอน)
     หอเอนนี้ตั้งอยู่ตรงข้ามกับโรงแรมคลูม ซึ่งเป็น 1 ใน 5 Big 5 ของแซงต์มอริทซ์
 
(Kulm Hotel)
    หลังจากชมหอเอนเสร็จ เราก็เดินไปฝั่งตรงข้าม ที่โรงแรมคลูมมีบริการเล่น "เคสตร้า รัน" ซึ่งเป็นกีฬายอดฮิตอย่างนึงของแซงต์มอริทซ์
 
ผมจะให้คุณเอลองเล่นเคสตร้ารัน
 
(ที่ปล่อยตัวเคสตร้ารัน) 
 
(ฟิ้ววว) 
 
(แอ่ฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟ)
(ขอโทษเจ้าของรูปตัวจริงด้วยนะคะ แอ)


     แน่นอนว่าคุณเอหัวทิ่มไม่มีชิ้นดีเสียการทรงตัวจนตกลงมา....เอาเถอะครับ มือใหม่ก็แบบนี้
 
     ไม่รู้ว่าผมเผลอเสียมารยาทหลุดหัวเราะออกไปรึเปล่า ต้องขออภัยด้วยจริงๆ
 
     พอได้เวลาสักเกือบเที่ยง ผมก็พาคุณเองกลับไปที่โรงแรมเพื่อทานอาหารเที่ยง แต่วันนี้เราจะเดินออกมาอีกนิดที่ตึกแยก ซึ่งเป็นที่ตั้งของภัตตาคาร Chesa Veglia
 
(Chesa Vegila)
 
(อาหารบางส่วน)
 
     หลังจากทานอาหารกันอิ่มแล้ว ผมให้คุณเอทาครีมกันแดดเสียก่อนที่เราจะเดินทางไปยอดเขาพิสแนร์ด้วยเคเบิ้ลคาร์
(เคเบิ้ลคาร์ที่ยอดเขาพิสแนร์)
 
     ยอดเขาพิสแนร์ แปลว่า ยอดดำ เหตุที่ชื่อนี้เพราะในหน้าหนาวที่มีการก่อกองไฟในตอนกลางคืน พอกลางวันขี้เถ้าทำให้ยอดดูเป็นสีดำ บนนี้ถึงมีหิมะเกือบตลอดปีแต่ไม่นิยมเล่นสกีเพราะสูงและชัน จึงเป็นที่ถ่ายรูปเสียมากกว่าเพราะวิวที่สวยงาม

     ถึงบนนี้จะหนาว แต่ะแดดค่อนข้างแรงพอสมควร ผมถึงให้คุณเอทาครีมกันแดดมาก่อน
 
เชิญถ่ายรูปตามสบายเลยครับ
 
(ยอดเขาพิสแนร์)
 
     หลังจากถ่ายรูปเสร็จ เราก็ลงมาที่ลานหิมะข้างล่าง

     ผมสอนคุณเอเรื่องพื้นฐานสกีนิดหน่อยแล้วผมก็ปล่อยให้เขาเล่นไป แต่ก็เฝ้าระวังอยู่ไม่ห่าง
 
(นักท่องเที่ยวที่เล่นสกีจากยอดเขาพิสแนร์)
     ด้วยความที่คุณเอไม่ได้เล่นกีฬาทำนองนี้บ่อยนักเลยบ่นปวดตัวออดๆ แอดๆ จึงกลับมาพักผ่อนที่โรงแรมก่อนสักหน่อย
 
     พอมาถึงโรงแรมซึ่งตอนนี้ห้องสแตนดาร์ดห้องใหม่ที่คุณเอก็ถูกจัดไว้แล้ว  พอคุณเอรู้ว่าห้องใหม่ได้แล้วคุณเอก็แทบจะดิ่งไปที่ห้องด้วยความอยากพักทันที
 
(ห้องมาตราฐานของโรงแรมบาดรุทท์พาเลซ)
 
ผมไม่ค่อยเข้าใจคุณเอเสียเท่าไหร่เลยจริงๆ...
 

     คุณเอดูเมื่อยตัวมาก ผมจึงพาเขาไปแช่บ่อน้ำแร่กลางแจ้งเพื่อผ่อนคลายความเหนื่อยล้า
(Wet Zone & Spa)
 
     หลังจากผ่อนคลายที่สปาแล้ว เลยขึ้นรถมาทานอาหารเย็นที่ Heidi's hut
(Heidi's Hut) 
 
(อาหารที่ Heidi's Hut กับบรรยากาศภายใน)  
 
     หลังจากทานอาหารเย็นแล้วก็กลับไปที่โรงแรมเพื่อพักผ่อน เป็นอันจบวันที่ 2 แต่เพียงเท่านี้ครับ
 
 
วันที่3
 
     การเดินทางในวันนี้ค่อนข้างจะสั้นกว่าทุกวัน เนื่องจากว่ารถไฟที่ออกจากแซงต์มอริทซ์นั้นมีเพียงช่วงเช้า และเที่ยวสุดท้ายออกตอน 10 นาฬิกา
 
     เพราะความเหนื่อยล้าจากเมื่อวาน ทำให้คุณเอตื่นค่อนข้างสาย เราคงจะทำอะไรไม่ได้มากแล้ว ผมจึงพาคุณเอไปซื้อของฝากเสียหน่อยเพื่อไม่ให้วันที่ 3 เสียเวลาเปล่า
 
     เราไปที่ถนน Via Serlas ซึ่งเป็นแหล่งขายของของแซงต์มอริทซ์
 
(บรรยากาศที่ Via Serlas บางส่วน ส่วนมากเป็นของเบรนด์เนม)
 
     ผมซื้อช้อนกาแฟที่มีตราของแซงต์มอริทซ์เป็นของที่ระลึกให้คุณเอ สาเหตุที่ที่นี่มีสัญลักษณ์เป็นตราพระอาทิตย์เพราะว่า ที่แซงต์มอริทซ์มีแสงแดดเกือบตลอดทั้งปีนั่นเอง
 
(ช้อนกาแฟที่มีตราพระอาทิตย์ของแซงต์มอริทซ์)
 
     อา...ผมพอจะเข้าใจว่าตราของผมมันดูแปลก แต่ในเมื่อมันเป็นของที่ขายได้ราคาไปแล้ว ผมก็จะไม่ยุ่งกับสิ่งที่ชาวเมืองเห็นดีเห็นงามหรอกครับ
 
     หลังจากนั้นพวกเราก็ที่สถานีเพื่อขึ้นรถไฟสาย Glacier Expressออกจากแซงต์มอริทซ์ เป็นอันจบการบ้านของผมเพียงเท่านี้
 
 
Hans Bernoulli
St.Moritz/Switzerland
22/10/2013
 
Reference:
ท่องเที่ยวไปกับเอกสิษฐ์ เล่มที่4: สวิสเซอร์แลนด์
http://www.stmoritz.ch/
http://casinosaustriainternational.com/operations/casino_st_moritz
http://wikitravel.org/en/Saint_Moritz
http://en.wikipedia.org/wiki/Badrutt%27s_Palace_Hotel
http://www.badruttspalace.com
http://www.oknation.net/blog/print.php?id=297356
http://worldtraveljoy.com/?p=10929
http://travel.thaiza.com/เซนต์มอริทซ์เมืองตากอากาศที่มีชื่อเสียงและแพงที่สุดในโลก/197879/
http://www.spectacularink.com/site/badrutt--s_palace_hotel_latest_news/1290622289.html
http://www.tripadvisor.com/Hotel_Review-g188091-d206213-Reviews-Badrutt_s_Palace_Hotel-St_Moritz_Engadin_St_Moritz_Graubunden_Swiss_Alps.html
http://en.wikipedia.org/wiki/Piz_Nair
http://www.stmoritz.ch/en/summer/activities/excursions-tips.html
 
 
/ดมวาเป๊กแล้วล้มตาย
 
เสร็จแล้วค่ะ เอนทรี่ welcome ของคุณมอริทซ์... ทำใจเบลอ2ช่องที่รียูสด้วยนะคะ 555+
 
ขออภัยในลายมือด้วยนะคะ พอดีได้คอมใหม่ ยังไม่มีฟอนต์ไทยในช้อปค่ะ U_U
 
กล่าวกันตรงๆ ในทริปนี้ที่จัดเป็นทริปที่จัดแบบค่อนข้างแพงค่ะ เพราะว่าอยากจะคงการเที่ยวแบบคลาสสิคของแซงต์มอริทซ์ไว้ เพราะที่นี่ตั้งแต่อดีตเป็นเมืองตากอากาศของชนชั้นมีฐานะ (ค่าใช้จ่ายก็ 2 เท่าของเยอรมันค่ะ)
 
ไม่รู้จะสื่อความหรูของคุณมอริทซ์ได้แค่ไหน เพราะพยายามคัดภาพที่ดูจริงไม่แต่ง ไม่สวยปลอม แต่ก็ได้แค่นี้แหละค่ะ /น้ำตาไหล/ #เรามันยาจกเข้าไม่ถึง
 
ยังไงก็ฝากเอนทรี่นี้ด้วยนะคะ
 
แล้วพบกันใหม่ค่ะ
อีกตั้งสองคน
 

Comment

Comment:

Tweet

/ความหรูนี่มันอะไรแม่เจ้าแสบตาาาาาาาาาาา

แง คุณเอนี่ทำบุญด้วยอะไรโชคดีแบบนี้ ฮือว/meทุบพื้น
ชอบหน้าแซงต์มอริทซ์ที่แบบ ตอบอย่าง อ๋อไม่นี่ นี่ก็ธรรมด๊า มาก
เห็นแล้วจี๊ดใจ555

เห็นรูปแล้วอยากไปจะสูดดมบรรยากาศมาก ฮื่ออว
/meเปิดช่องฟรีซแล้วจ่อหน้าเข้าไป

#3 By ธฟะฟพธฟพนห on 2013-10-22 20:57

หมั่นไส้ค่ะ หมั่นไส้ หมั่นไส้ หมั่นไส้
โอ๊ย ผู้ชายหรูหราคนนี้นี่ ฮือ555555555555
อิจฉาคุณเอที่สุดค่ะ จากใจ

#2 By Noel on 2013-10-22 13:31

อ่านจบแล้วผมรู้สึกว่านี่มันสวรรค์บนดินชัดๆ อาาาาาาาาาาาาาาาาา ฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟ
เข้าไม่ถึงจริงๆ ต้องรวยมากเลยถึงจะเข้าถึง ฮือๆ T_Tb
คุณเอเป็นบุคคลผู้โชคดีแห่งปีเลย

ปล.ชอบแก๊กสี่ช่องครับ คุึณเมอริซมีอะไรให้อึ้งตลอดเลย ฟฟฟฟ

#1 By +Ishin_Kuu+ on 2013-10-22 02:27